ผลไม้แต่ละอย่างมีประโยชน์อย่างไรกันนะ?

ff-17-

องุ่น เป็นอาหารบำรุงร่างกายอีกชนิดหนึ่ง นอกจากจะมีคุณค่าทางอาหาร ยังมีสรรพคุณทางยาที่ดีหลายชนิด สารอาหารที่สำคัญคือน้ำตาล และสารอาหารจำพวกกรดอินทรีย์อีกหลายชนิด และองุ่นยังอุดมไปด้วย กรดเอลลาจิก ที่มีพลังในการต่อสู้กับมะเร็ง การรับประทานองุ่นเป็นประจำ จะมีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง บำรุงหัวใจ แก้กระหาย ขับปัสสาวะ บำรุงกำลัง คนที่ร่างกายผอมแห้ง แรงน้อย แก่ก่อนวัย ไม่มีเรี่ยวแรง ถ้ารับประทานองุ่นเป็นประจำ จะช่วยเสริมทำให้ร่างกายค่อยๆแข็งแรงขึ้นได้

สตรอเบอร์รี่ หลายๆ ท่านคงเข้าใจว่าสตรอเบอร์รี่เป็นผลไม้ แต่ที่จริงแล้วสตรอเบอร์รี่นั้นอยู่ในพืชสกุลเดียวกับดอกไม้และอยู่ในวงศ์เดียวกับดอกกุหลาบ และยังมีส่วนช่วยในการทำงานของสมอง มีวิตามินซีและไฟโตนิวเทรียนท์ ซึ่งทำให้อนุมูลอิสระลดน้อยลง  มีไอโอดินที่ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพอีกด้วย บำรุงสายตา และช่วยในการลดและชะลอการเกิดอนุมูลอิสระได้ แถมยังช่วยให้ปรับความดันในตาให้กลับมาเป็นปกติ ป้องกันโรคมะเร็ง และโรคหัวใจ ช่วยปรับความดันโลหิตให้กลับสู่สภาวะปกติ

เชอร์รี่ อุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส ชะลอความแก่ และช่วยต้านอนุมูลอิสระแล้ว ยังช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นอีกด้วย เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจและช่วยในการนอนหลับ เชอรรี่มีประสิทธิภาพอย่างสูงในการต้านการอักเสบ ลดอาการอักเสบและปวดที่ข้อต่างๆ

มะม่วงไทย

มะม่วงเป็นผลไม้ที่ใครหลายคนชอบทาน เพราะเสนห์ของมะม่วงโดยเฉพาะมะม่วงที่สุกแล้วมีรสชาติที่หวานหอม รสสัมผัสที่นุ่มละมุนลิ้น จึงทำให้หลายคนปฏิเสทไม่ลง ทั้งยังรับประทานผลดิบก็กรอบอมเปรี้ยวอมหวาน

%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2

มะม่วงนั้นจัดเป็นไม้ยืนต้นที่มีต้นกำเนิดในประเทศอินเดีย และถือว่าเป็นผลไม้ประจำชาติของประเทศอินเดียอีกด้วย ในบ้านเรานั้นมะม่วงจัดเป็นผลไม้เศรษฐกิจซึ่งส่งออกเป็นอันดับ 3 ของโลก

สำหรับพันธุ์มะม่วงนั้นมีหลากหลายสายพันธุ์มาก โดยสายพันธุ์ที่แพร่หลายมากที่สุดเห็นจะเป็นพันธุ์เขียวเสวย อกร่อง แรด ฟ้าลั่น น้ำดอกไม้ โชคอนันต์ เป็นต้น ซึ่งแต่ละสายพันธุ์นั้นก็จะมีรสชาติและลักษณะแตกต่างกันออกไป  ประโยชน์ของมะม่วงที่เราเห็นเป็นประจำก็คงจะไม่พ้นการนำมารับประทานเป็นผลไม้สดทั้งดิบและสุก หรือมีการไปทำเป็นอาหารว่างต่างๆ อาทิเช่น มะม่วงกวน มะม่วงแก้ว มะม่วงน้ำปลาหวาน มะม่วงแช่อิ่ม ข้าวเหนียวมะม่วง พายมะม่วง และนำไปใช้ประกอบอาหาร เช่น ใส่น้ำพริก ยำ ส้มตำ ส่วนยอดอ่อนหรือผลอ่อนก็สามารถนำมาประกอบอาหารแทนผักได้ด้วย เป็นต้น

ข้าวเหนียวมะม่วงอีกเมนูหนึ่งที่ทำให้ติดอกติดใจหลายต่อหลายท่าน เรามาดูกันว่า กว่าจะมาเป็นข้าวเหนียวมะม่วงนี้ มีวิธีทำอย่างไรบ้าง

วัถุดิบมีดังนี้

  1. ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 1 กก.
  2. หัวกะทิ 800 กรัม
  3. เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำตาลทราย 400 กรัม
  5. ใบเตย 10 ใบ

%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2

1 . เคล็ดลับที่สำคัญคือ ข้าวเหนียวจะต้องแช่อย่างน้อย 8 ชม. และต้องซาวข้าวเหนียว 3-4 รอบจนน้ำใส

  1. นำเข้าเหนียวไปนึ่งจนสุกประมาณ 45 นาที จากนั้นเทใส่ชามผสม เกลี่ยให้เป็นหลุมตรงกลางเพื่อรอเทน้ำกะทิ3. นำกะทิ มาผสมกับน้ำตาลทราย และเกลือใส่ใบเตยลงไปขยำให้กลิ่นออกมาโดยไม่ต้องต้ม ขอแค่กะทิต้องสด สะอาด คั้นใหม่ๆ หลังจากนั้น กรองด้วยผ้าขาวบาง 1 ครั้ง เทใส่ลงในข้าวเหนียวที่ร้อน
  2. คนกะทิกับข้าวเหนียวให้เข้ากันด้วยไม้พาย ใส่ใบเตยลงไปอีก กดหน้าข้าวเหนียวให้แน่น จากนั้น ปิดกะละมังด้วยผ้าขาวบาง 5 นาทีให้ข้าวเหนียวระอุ
  3. เปิดผ้าออกแล้วคนด้วยไม้พาย 1 รอบ ทำแบบนี้ซ้ำกันไปมา 3-4 รอบ เสร็จแล้วดึงใบเตยออก เพียงเท่านี้ก็จะได้ข้าวเหนียวมูนกะทิสด

ราคาผักผลไม้ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเทศกาลกินเจ

1247514855ในช่วงเทศกาลกินเจนั้นเป็นปกติที่ราคาผักผลไม้จะขึ้นราคา แต่ก็มีผักผลไม้บางชนิดปรับราคา เช่น มะละกอ ผักกาดหอม แก้วมังกร เป็นต้น ซึ่งทางกระทรวงก็ได้ให้กรมการค้าภายในดูแลในเรื่องค่าครองชีพของประชาชนในช่วงเทศกาลกินเจ โดยการเชื่อมโยงผักสดจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง พร้อมสั่งให้ผู้บริหารกระทรวงลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจออกตรวจสินค้าเป็นประจำเพื่อติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด ให้ประชาชนเกิดความมั่นใจดูแลภาวะราคาสินค้าไม่ให้กระทบต่อประชาชนด้วย โดยจะติดตามดูแลราคาผักผลไม้อย่างใกล้ชิดไม่ให้มีการปรับเพิ่มขึ้นมากจนเกินไป เนื่องจากใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจ โดยกรมการค้าภายในจะส่งเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจราคาสินค้าตามตลาดสด ห้างสรรพสินค้า และตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆอย่างต่อเนื่อง

หากพบว่าการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าผู้จำหน่ายสินค้าราคาสูงอย่างไม่มีเหตุผลรองรับเพียงพอ จะถูกลงโทษตามกฎหมายขณะที่ประชาชนสามารถร้องเรียนมาได้ทางโทรศัพท์สายด่วน สินค้าประเภทวัตถุดิบในการประกอบอาหารเจ,ผักและผลไม้เริ่มปรับขึ้นราคารับเทศกาลกินเจกันแล้วตามความต้องการสินค้าจำนวนมาก ขณะที่สินค้าบางประเภทโดยเฉพาะเนื้อสัตว์และไข่ไก่ก็ปรับลดลงตามความต้องการที่น้อยลงเช่นกัน โดยปรับขึ้นจากเดือนก่อน 5-10% และบางประเภทขยับไปถึง 10-20% ซึ่งนอกจากเป็นการขึ้นราคาตามเทศกาลแล้ว ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในช่วงปลายเดือนก.ย. ที่ผ่านมาด้วย

เทศกาลกินเจในปีนี้ราคาผักตามตลาดสดต่างๆมีราคาแพงมากขึ้น ซึ่งสวนทางกับสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากอาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร จึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการได้ปรับกลยุทธ์ในการเจาะตลาดในช่วงเทศกาลกินเจเพื่อเร่งเพิ่มยอดขายในช่วงนี้ ซึ่งชดเชยรายได้ก่อนหน้านี้ที่ซบเซาตามภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเน้นตลาดคนรุ่นใหม่ที่หันมากินเจเพิ่มขึ้น เพื่อดูแลเรื่องสุขภาพหรือกลุ่มผู้หญิงที่มีความกังวลเรื่องของความอ้วนเพราะอาหารเจส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยแป้งและอาหารที่มีไขมันมาก ดังนั้นผู้ประกอบการจำนวนมากหันไปปรับเมนูอาหารเจโดยเน้นไปที่เมนูอาหารที่ดีต่อสุขภาพ มีแคลอรี่น้อย หรือให้โปรตีนมากขึ้น

อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้นๆ ของโลก

9ในแต่ละปีของอินเดียสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน ด้วยความที่อินเดียมีการผลิตผลไม้ค่อนข้างมาก อีกทั้งยังมีอุปสงค์ของตลาดที่สูง โดยเฉพาะผู้ที่เคยเดินทางมายังอินเดียแล้ว จะสังเกตเห็นว่ามีร้านจำหน่ายผลไม้และน้ำผลไม้ตลอดแนวถนน เนื่องจากคนอินเดียมีอุปนิสัยที่จะต้องรับประทานผลไม้เป็นประจำทุกวัน ทำให้ตลาดการค้าขายผลไม้ในอินเดียเติบโตอย่างรวดเร็วและโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ของอินเดีย จะมีตลาดค้าส่งผลไม้กระจายตัวอยู่หลายๆ แห่ง สำหรับเมืองเจนไนไม่มีใครในเมืองเจนไนและไม่มีพ่อค้าผลไม้รายใดในรัฐทมิฬนาฑูและรัฐใกล้เคียงในอินเดียตอนใต้ที่ไม่รู้จักตลาดขายส่งผลไม้ Koyambedu Wholesale Market Complex ซึ่งถือเป็นตลาดค้าส่งสินค้าผักผลไม้ที่ได้ชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในอินเดีย

ตลาด Koyambedu แห่งนี้ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเมืองเจนไน มีพื้นที่รวมประมาณ 295 เอเคอร์ มีถนนไฮเวย์และเส้นทางรถไฟฟ้าเมืองเจนไนตัดผ่านด้านหน้า ภายในตลาดมีทั้งส่วนที่จำหน่ายผัก และส่วนที่จำหน่ายผลไม้ พวกผลไม้ที่เห็นมีจำหน่ายก็ได้แก่ พวกกล้วย มะม่วง สับปะรด และผลไม้ประเภทต่างๆ ตามฤดูกาล วางกระจายอยู่ด้านหน้าและภายในร้านจำหน่ายปลีก-ส่งภายในตลาดจำนวนมากกว่า 3,000 ร้าน พ่อค้าผลไม้อินเดียบอกว่า เขากลัวที่จะนำเข้าผลไม้ไทย เนื่องจากเขาไม่เห็นข้างในกล่อง เพราะการนำเข้ามาแต่ละครั้งหลายร้อยกล่องไม่สามารถเปิดดูทุกกล่องได้ พอมาถึง ส่วนใหญ่เขานำส่งลูกค้าเลย ซึ่งหากผลไม้นำเข้ามีปัญหา จะทำให้เขาเสียลูกค้า และอีกอย่างคือ เขาไม่สามารถเคลมเงินคืนจากผู้ส่งออกไทยได้ จึงแนะนำว่า การส่งออกผลไม้ไทย น่าจะให้มีการประกันคุณภาพผลไม้ เช่นเดียวกับ ผู้ส่งออกผลจากออสเตรเลีย สหรัฐฯ และนิวซีแลนด์ด้วย ซึ่งจะทำให้เขามั่นใจในการสั่งซื้อผลไม้นำเข้าจากประเทศไทยมากขึ้น ในส่วนของภาครัฐ  ผู้นำเข้าอินเดียฝากไว้ให้พิจารณาความเป็นไปได้ในการพัฒนางานวิจัยว่าจะทำอย่างไรให้ผลไม้ไทยมีระยะเวลาในการวางบนหิ้งให้นานขึ้น เนื่องจากหลายครั้งหน่วยงานภาครัฐอินเดียใช้เวลาตรวจสอบผลไม้นำเข้าหลายวัน ทำให้หลายครั้ง ผลไม้อาจเน่าเสียได้ หรือทำให้น้ำหนักผลไม้ลดลงและฝากขอให้ลดราคาค่าขนส่งทางอากาศลง ซึ่งจะทำให้ราคาผลไม้ถูกลงและดึงดูดให้ลูกค้าอินเดียรับประทานผลไม้ไทยเพิ่มขึ้น

5 ผลไม้ตัวแม่เรื่องการลดน้ำหนัก

5 ผลไม้ตัวแม่เรื่องการลดน้ำหนัก
การลดน้ำหนัก เป็นความพยายามที่ใครหลาย ๆ คนต่างก็ล้มเหลวกันมันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แม้บางคนจะมีความตั้งใจจริง แต่ก็ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ตามที่หวังเอาไว้ เพราะส่วนหนึ่งนั้นมาจากการตั้งใจที่ผิดวิธี มีความเชื่อแบบผิด ๆ และมีพฤติกรรมบางอย่างที่ส่งผลต่อน้ำหนักแบบที่คุณไม่รู้ตัวบทความนี้จะเผยเคล็ดลับและทำให้คุณลดน้ำหนักได้อย่างเห็นผล โดยที่คุณไม่ต้องอดอาหารและไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายเลยก็ได้

5  ผลไม้ตัวแม่เรื่องการลดน้ำหนัก

  1. แอปเปิล เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามิน และเกลือแร่ที่ดีต่อร่างกาย ด้วยเหตุผลนี้แอปเปิลจึงเป็นผลไม้ตัวแม่สุดจี๊ดที่ช่วยลดน้ำหนัก เพราะไฟเบอร์จะช่วยให้คุณอิ่ม ไม่กินจุบจิบ ระบบการขับถ่ายก็จะดีเลิศ แถมยังมีวิตามินที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยเปล่งปลั่งได้อีกต่างหาก
  2. บลูเบอร์รี ผลไม้ตระกูลเบอร์รีอย่างบลูเบอร์รีลูกเล็ก ๆ ก็มีอานุภาพในการบำรุงดูแลร่างกายเราได้มากมาย เริ่มตั้งแต่ช่วยรักษาระดับอินซูลิน ลดความดันโลหิต ลดความเสี่ยงโรคอ้วน รวมถึงลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดด้วย นอกจากนี้ผลวิจัยล่าสุดยังพิสูจน์มาแล้วด้วยว่า บลูเบอร์รีสามารถกำจัดเซลล์ไขมันในร่างกายได้ผลชะงัด
  3. สตรอว์เบอร์รี ผลไม้ตระกูลเบอร์รียังส่งสตรอว์เบอร์รีลูกแดง ๆ มาช่วยคนอยากหุ่นสวยกระชับอีกหนึ่งชนิด และด้วยคุณสมบัติที่ช่วยเพิ่มการผลิตฮอร์โมนอะดิโปเนกติน และฮอร์โมนเลปติน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยเร่งระบบการเผาผลาญ จัดการไขมันสะสมในร่างกายได้อยู่หมัด จึงทำให้สตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้ตัวแม่เรื่องการลดน้ำหนักที่ไม่ควรพลาดด้วยเช่นกัน นอกจากนี้สตรอว์เบอร์รียังมีสารต่อต้านอาการอักเสบ สามารถช่วยซ่อมแซมรักษาเนื้อเยื่อที่สึกหรอ และอักเสบในร่างกายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินซี ป้องกันโรคหวัดได้อีกด้วย
  4. กีวี สำหรับคนที่ชื่นชอบรสชาติเปรี้ยวอมหวานของกีวี อาจจะยังไม่รู้ว่า กีวีก็ถูกจัดให้เป็นผลไม้ช่วยลดน้ำหนักตัวจี๊ดเหมือนกัน เพราะนอกจากกีวีจะอุดมไปด้วยไฟเบอร์แล้ว เมล็ดสีดำเล็ก ๆ ของกีวียังเป็นไฟเบอร์ชนิดที่ไม่สามารถละลายได้ จึงช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร และทำให้คุณอิ่มได้นานขึ้น หมดปัญหาเรื่องกินจุบกินจิบอีกต่อไป
  5. ลูกพีช นอกจากจะมีไฟเบอร์สูงมากแล้ว ลูกพีชยังมาพร้อมโพแทสเซียม และวิตามินอีกสารพัดชนิดที่ดีต่อร่างกาย แถมด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เต่งตึงไปด้วยในตัว จัดเป็นผลไม้ลดความอ้วน และผลไม้เพื่อผิวสวยที่น่าสนใจมาก ๆ เลยทีเดียว