มะม่วงไทย

มะม่วงเป็นผลไม้ที่ใครหลายคนชอบทาน เพราะเสนห์ของมะม่วงโดยเฉพาะมะม่วงที่สุกแล้วมีรสชาติที่หวานหอม รสสัมผัสที่นุ่มละมุนลิ้น จึงทำให้หลายคนปฏิเสทไม่ลง ทั้งยังรับประทานผลดิบก็กรอบอมเปรี้ยวอมหวาน

%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2

มะม่วงนั้นจัดเป็นไม้ยืนต้นที่มีต้นกำเนิดในประเทศอินเดีย และถือว่าเป็นผลไม้ประจำชาติของประเทศอินเดียอีกด้วย ในบ้านเรานั้นมะม่วงจัดเป็นผลไม้เศรษฐกิจซึ่งส่งออกเป็นอันดับ 3 ของโลก

สำหรับพันธุ์มะม่วงนั้นมีหลากหลายสายพันธุ์มาก โดยสายพันธุ์ที่แพร่หลายมากที่สุดเห็นจะเป็นพันธุ์เขียวเสวย อกร่อง แรด ฟ้าลั่น น้ำดอกไม้ โชคอนันต์ เป็นต้น ซึ่งแต่ละสายพันธุ์นั้นก็จะมีรสชาติและลักษณะแตกต่างกันออกไป  ประโยชน์ของมะม่วงที่เราเห็นเป็นประจำก็คงจะไม่พ้นการนำมารับประทานเป็นผลไม้สดทั้งดิบและสุก หรือมีการไปทำเป็นอาหารว่างต่างๆ อาทิเช่น มะม่วงกวน มะม่วงแก้ว มะม่วงน้ำปลาหวาน มะม่วงแช่อิ่ม ข้าวเหนียวมะม่วง พายมะม่วง และนำไปใช้ประกอบอาหาร เช่น ใส่น้ำพริก ยำ ส้มตำ ส่วนยอดอ่อนหรือผลอ่อนก็สามารถนำมาประกอบอาหารแทนผักได้ด้วย เป็นต้น

ข้าวเหนียวมะม่วงอีกเมนูหนึ่งที่ทำให้ติดอกติดใจหลายต่อหลายท่าน เรามาดูกันว่า กว่าจะมาเป็นข้าวเหนียวมะม่วงนี้ มีวิธีทำอย่างไรบ้าง

วัถุดิบมีดังนี้

  1. ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 1 กก.
  2. หัวกะทิ 800 กรัม
  3. เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำตาลทราย 400 กรัม
  5. ใบเตย 10 ใบ

%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2

1 . เคล็ดลับที่สำคัญคือ ข้าวเหนียวจะต้องแช่อย่างน้อย 8 ชม. และต้องซาวข้าวเหนียว 3-4 รอบจนน้ำใส

  1. นำเข้าเหนียวไปนึ่งจนสุกประมาณ 45 นาที จากนั้นเทใส่ชามผสม เกลี่ยให้เป็นหลุมตรงกลางเพื่อรอเทน้ำกะทิ3. นำกะทิ มาผสมกับน้ำตาลทราย และเกลือใส่ใบเตยลงไปขยำให้กลิ่นออกมาโดยไม่ต้องต้ม ขอแค่กะทิต้องสด สะอาด คั้นใหม่ๆ หลังจากนั้น กรองด้วยผ้าขาวบาง 1 ครั้ง เทใส่ลงในข้าวเหนียวที่ร้อน
  2. คนกะทิกับข้าวเหนียวให้เข้ากันด้วยไม้พาย ใส่ใบเตยลงไปอีก กดหน้าข้าวเหนียวให้แน่น จากนั้น ปิดกะละมังด้วยผ้าขาวบาง 5 นาทีให้ข้าวเหนียวระอุ
  3. เปิดผ้าออกแล้วคนด้วยไม้พาย 1 รอบ ทำแบบนี้ซ้ำกันไปมา 3-4 รอบ เสร็จแล้วดึงใบเตยออก เพียงเท่านี้ก็จะได้ข้าวเหนียวมูนกะทิสด

Comments are closed.